+American Air Day in Duxford, England+
วันนี้เป็นวัน American Air Day โดยจะจัดขึ้นทุกปีที่ Duxford
มีทหารอเมริกันมากมายที่เสียชีวิตเพราะต้องส่งทหารช่วยรบกับอังกฤษ
ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง Duxford เคยเป็นฐานทัพอากาศมาก่อนค่ะ
เค้าก็เลยใช้พิ้นที่ตรงนี้มาทำเป็นพิพิธภัณฑ์และจัดงานแสดงโชว์ไปด้วยซะเลย
ตอนแรกว่าจะถ่ายรูปเครื่องบินบนท้องฟ้าซักหน่อยแต่เลนส์ zoom ไม่ถึง
จ๊ะเอ๋ ไปเห่าเครื่องบิน เอ๊ยไปดูเครื่องบินกันค่า
เครื่องบินรบสมัยสงครามโลก
หนูอยากเป็นนักบิน ตอนเด็กๆเรามักมีฝันอยากเป็นนู่นเป็นนี่
ออร์แกนก็เหมือนกันฝันอยากเป็นนักบิน
ตอนนั้นยังขับรถไม่ได้ โดนน้องดักว่า ขนาดรถยังขับไม่เป็นเลย
แบบนี้ใครเค้าจะกล้าให้ขับเครื่องบินล่ะเนี่ย -_-
ก็แหมเป็นนักบินหญิงมันเท่ห์ดี
แถมได้บังคับเครื่องบินเหิรฟ้่าได้อย่างอิสระเสรีเหมือนนกเลย
แต่คงยากสำหรับคนเซ่ออย่างเรา
เพราะนักบินเค้าต้องตาไว หูไวไปหมด
เป็นออร์แกนแบบนี้ล่ะดีแล้ว หุหุ
ก้นเครื่องบินเอาไว้เติมน้ำมัน ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง Air Force One คงจำได้ฉากที่
เครื่องบินน้ำมันหมด แล้วก็มีเครื่องบินอีกลำมาเติมน้ำมันให้ เค้าเติมกันกลางอากาศได้จริงๆ
เก็กได้ใจจริงๆ
ลำนี้เอาไว้หลอกล่อศัตรู ฮ่า
ฟ้าใสๆ กับใบพัดเครื่องสวยๆ
เริ่มแรกเดิมทีสองพี่น้องตระกูล Wright คิดค้นเครื่องบินที่สามารถบินได้จริง
แต่คนร่างภาพเครื่องบินคนแรก คือ Da Vinci อัจฉริยะชื่อดังนี่เอง
ร้านขายของที่ระลึก
.ใครไม่มีโอกาสได้นั่งบังคับเครื่องใน Cockpit ลองเจ้า Simulator ดูก่อนก็ได้ค่า
หน่วยปฐมพยาบาลสาธิตการรักษาผู้ป่วยเบื้องต้น
เค้าคีบพวกเศษเหล็ก สะเก็ดระเบิดให้ดู หยึยๆ
เอากล้องไปแต่ก็ถ่ายอะไรไม่ได้มากเลย
อยากได้เลนส์เทเลจัง จะได้ถ่าย นก ถ่ายกระต่ายแถวนี้มั่ง
ออร์แกนไม่ได้หลอกด่าน้า กรั่กๆ
อุปกรณ์ส่องทางไกล
เครื่องบินแห่งชาติ อังกฤษมีสายการบินเป็นของประเทศประมาณ 30 สายการบินแล้ว
I believe I can fly........
I believe I can eat a fly.....
คนเราก็ช่างสามารถทำน้ำตาลให้มีรูปแบบหลายหลาก เล่นเอาเราน้ำลายสอ
จากนั้นเราก็เข้าชมพิพิธภัณฑ์กัน พิพิธภัณฑ์นี้ได้รวบรวมเครื่องบินรบ
สมัยสงครามโลกไว้ คุณทหารส่องกล้องทางไกล ได้โปรดอย่ามองตรงนั้น
ถ้ามองตรงนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่ หมายถึงมองศัตรูจ้ะ แหะๆ
เอ่อ น้องๆ ห้องน้ำไปทางไหน
เจ้าเขียวๆ เหมือนห้องน้ำสาธารณะนั่น เค้าเอาไว้หลบภัยค่ะ
เวลาเค้าวางระเบิดกัน ส่วนคุณผู้หญิงรับหน้าที่แจ้งเวลาที่ระเบิดจะลง
เค้าเรียกว่า "Blackout" ถ้าใครเคยดูคู่กรรมที่ออร์แกนเป็นนางเอกคงจะจำได้
หวอ ๆ รถพยาบาลยี่ห้อบาจามาแล้วจ้า มันบาจาจริงๆ นะนั่น
ขนาดโลโก้ยังเหมือนกันเลยอ่ะ
คุณผู้ดีอังกฤษหลบภัยกับครอบครัว สมัยสงครามโลกไม่จำเป็นต้องเป็นทหาร
หนุ่มๆ ไม่ว่าอาชีพไหน ไม่ว่าจะเป็น ชาวประมง ชาวนา เค้าต้องออกมาช่วยรบกันค่ะ
ผู้หญิงก็ต้องดูแลครอบครัว ส่วนเด็กๆ เค้าจะให้ย้ายออกนอกเมือง
ช่วงนี้นี่เองที่ทำให้ผู้หญิงเริ่มออกทำงานกันมากขึ้น
ดีที่เราเกิดมาในสมัยที่โลกค่อนข้างสงบ แก่ลงเยอะเลยเรา ฮี่
เอ้า พวกถ้ำมองที่ไหนล่ะเนี่ย ฮ่าๆ
อ้อมองภรรยาตัวเองไม่เป็นไรๆ
จากนั้นเราก็มาฝั่ง Air Space Museum กันบ้าง
เป็นสถานที่แสดงประวัติศาสตร์การบินของประเทศอังกฤษ
นอกจากนั้นยังแสดงระบบการทำงานของเครื่องบินอีกด้วย
ฮัลโหลๆ หน้าเป็บเปอร์โรนี ชีสเยอะๆ ค่ะ
ทำไมตาไม่เท่ากันอ่ะ
ก่อนจะมาเป็นเครื่องบินก็ต้องมีโครงก่อนนะจ๊ะ
Concorde ความร่วมมือของฝรั่งเศสกับอังกฤษ ซึ่งกลายเป็นอดีตไปซะแล้ว
ข้างในตัวเครื่อง
เครื่องบิน supersonic
ความเร็วมากกว่าเครื่องบินพาณิชย์ปกติถึงสองเท่า
อยากลองเป็นผู้โดยสารดูมั่ง
ประมาณว่าบินจากอังกฤษไปเมืองไทยได้ใน 4 ชั่วโมง กรั่กๆ
เครื่องบินส่วนตัวของเดี๊ยนฮ่า เอาไว้บินไปจ่ายตลาด ฮ่าๆๆ
จบทริปแล้วค่าาา
วันนี้ถือว่าได้ชมบรรยากาศเรื่อยๆ สบายๆ
มนุษย์เราช่างสรรค์สร้างวัตถุให้ขึ้นไปลอยบนฟ้าได้
อำนวยความสะดวกให้เรามากมาย
แต่อีกด้านหนึ่งก็สามารถใช้เจ้าสิ่งมหัศจรรย์นี้
ทำลายชีวิตคนนับไม่ถ้วนเช่นกัน
NOTE
oคิดถึงเพื่อนๆ จังเลย