+เยือนเคมบริดจ์--เดินทอดน่องชมเมือง+
อันที่จริงตั้งใจจะไปเที่ยวชมนกชมไม้
แต่เชนติดทำงาน ออร์แกนเลยตัดสินใจไปเดินชมเคมบริดจ์อีกรอบ
อากาศเย็นสบาย ลมพัดอ่อน ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คน
แต่ออร์แกนกลับรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก
นั่งดูถนนหนทาง ธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้างรอบๆ สังเกตุผู้คน
ความสุข หาได้ง่ายๆแบบนี้นี่เอง :-)
คอนเซ็ปวันนี้เป็นการเที่ยวแบบนักช้อป นักสังเกตการณ์
แม๊ เขียนได้วิชาการดีจริงๆ เลย
ไปถึงแต่เช้าเลย คนยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่
อังกฤษเรียก Market Stalls อเมริกา Flea Market ไทยเราก็ตลาดนัดนี่เองเจ้า
Classic UK Telephone Booths
รถทำความสะอาด
อังกฤษจัดเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีพิพิธภัณฑ์รองรับนักท่องเที่ยวมากมายจริงๆ
แวะเข้าศูนย์ให้ข้อมูลการท่องเที่ยว เอ้ เรามาเดินเล่นนี่หน่า
ท่อระบายน้ำ
คาราวานแมงกะไซด์
มอเตอร์ไซค์คันเล็กนั่น ที่เห็นในภาพนั่นส่วนหนึ่งอันที่จริงมาเป็นฝูงเลย
น่ารักจริงๆ คนตัวใหญ่ๆ กับมอเตอร์ไซค์คันนิดเดียว
กลับมายืนที่เดิมแต่คนละมุม
อุตส่าห์ใส่ส้นเตี้ยมา ยังโดนกัดอีก เลยนั่งพักดูผู้คนไปเรื่อย
Marks&Spencer นั่งพักก็มองดูคน พูดถึงเรื่องแต่งตัว
อย่าไปจริงจังกับอากาศที่นี่นัก แปรปรวนจนแต่งตัวไม่ถูก
เล่นเอาคนเดินถนนอย่างเรางง
เห็นบางคนใส่เสื้อแขนกุดดุจดั่งหน้าร้อน
บางคนใส่แจ็คเก็ตฝ่าลมเย็นๆในฤดูใบไม้ร่วง
บางคนใส่ Overcoat แบบเตรียมตัวไปฝ่าหิมะ
เลยได้ดูแฟชั่นหลากฤดูรวมกันไปเลยนี่
Street Performers พวกนี้เค้าถือเป็นศิลปินนะคะ มีให้เห็นทุกที่
ดูจากการแสดงเค้าแล้วออร์แกนคิดว่าเค้าน่าจะมาจากแอฟริกา
ตอบแทนน้ำใจที่เค้ามาแสดงให้ 2 ปอนด์กับอีก 25 cents
เดี๋ยวเค้าคงเอาไปแลกกลับเป็นเงินปอนด์ได้ ฮี่ๆ
อีกหนึ่ง Street Performers เด็กผู้หญิงเค้ามานั่งฟังข้างๆ เลยน่ารักจริง :-)
สวยเหมือนเดิมน้าเคมบริดจ์
คนส่วนหนึ่งที่ต่อต้านคอมมิวนิสต์ในจีน มาประกาศให้อีกซีกโลกได้รู้
หนังสือในเครือมหาวิทยาลับเคมบริดจ์
มีทั้งหนังสือสอนภาษาอังกฤษ ประวัติศาสตร์ อัตชีวประวัติ etc.
นั่งรอแฟนเหรอจ๊ะ
ประเทศอังกฤษถือเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับสัตว์มาก
เป็นประเทศที่มี Animal Loversเยอะ
เค้าจะโดดเด่นเรื่องพิทักษ์การทำร้ายสัตว์
เห็นได้จากการที่เค้ามีองค์กรที่ช่วยเหลือสัตว์มากมาย ที่เด่นชัดคือ
Royal Society for the Prevention of Cruelty to Animals (RSCPA)
เลี้ยงน้องหมาแล้วต้องระวังไม่ให้ไปกัดใครเค้านะคะ
เพราะนอกจากน้องหมาจะถูกกำจัดแล้ว(ฆ่าทิ้ง)ยังโดนปรับ 400 ขึ้นไป
เอ่อ ไม่ใช่ 400บาทนะ 400 ปอนด์ค่า.[1]
Dreamcatcher มาโผล่ที่อังกฤษ ฮ่าๆ
เราเคยเห็นจากในหนังเข้าใจว่าเจ้าโมบายขนนกนี่มากจาก Native Americans
หรือที่เราเรียกกันว่าอินเดียนแดง
อันที่จริงแล้วต้นกำเนิดของเค้ามาจากชนเผ่า Ojibba
ใครอยากฝันดีก็ซื้อเจ้าตัวนี้ไว้นะคะ พวกเค้าเชื่อว่ามันเป็นตัวป้องกันฝันร้ายได้ :-) [2]
รองเท้าสวยจังเลย แต่ก็แพงจับจิต
เห็นราคาข้าวของต่างๆ ที่นี่แล้ว ทำให้ออร์แกนนึกถึงพลเมืองอังกฤษนะ
จะเรียกว่าสงสารเค้าหรือเปล่า คงไม่ถึงขนาดนั้นเรียกว่าเห็นใจดีกว่า
มันก็เป็นไปตามหลักเศรษฐศาสตร์เพราะรายได้โดยเฉลี่ยสูง ข้าวของราคาสูงไปด้วย
ของบางอย่างที่อังกฤษ คุณภาพพอๆ กับของที่อเมริกา
แต่คนที่อยู่ที่นี่ต้องจ่ายเป็นสองเท่า บวกกับภาษีมหาโหดอีก
ยิ่งตอนนี้ที่อังกฤษประสบภาวะเงินเฟ้อ [3] ราคาของก็ยิ่งแพงเข้าไปอีก
จำได้เมื่อตอนอยู่เกาหลีนี่ลอนดอนนี่ติดอันดับหนึ่งของโลกเลยนะ
ยังดีที่ตอนนี้โดน Mosco แซงหน้าไปซะแล้ว.[4]
เอ๊ ประเทศที่เราไปอยู่แต่ละประเทศนี่ติดอันดับทั้งนั้นเลยน่ะ -_-'
สินค้าสำหรับเด็กแนว
ออร์แกนกับตู้โทรศัพท์แบบคลาสสิค
มีน้องผู้หญิงใจดีถ่ายให้ ขอบคุณมากๆจ้ะ
สุดท้ายต้องนี่เลย
H&M ของเดี๊ยน ถ้าเลือกดีๆ ก็จะเจอสินค้าราคาพอคุยได้อยู่นะคะ
สาขาที่เห็นนี่อาจจะเล็ก ไม่ค่อยมีให้เลือกเท่าไหร่
เสื้อผ้านี่ถ้าให้ดูแบบที่ชอบของที่นี่คือTopshop ลักษณะการวาง Display กับ Style
จะคล้าย Forever21 แต่ผ้าดีกว่า แถมแพงกว่าเยอะเลย
H&M จะเรียบๆ แต่ออร์แกนชอบเนื้อผ้า การตัดเย็บ
แต่ถ้าให้สวยเริ่ด ประเภทใส่ทีฝรั่งถามว่าซื้อมาจากไหนนี่
ต้องแพลตตินั่ม ประตูน้ำ เท่านั้น กร๊าก (จริงนะนี่ไม่ได้โม้)
ได้มาอวดหน่อยเนอะ จะเข้า Fall แล้วต้องซื้อไว้ติดตู้บ้างค่ะ :-)
พูดถึงเสื้อผ้าหน้าหนาวสวยๆ นี่ต้องทงแดมุนน่ะ
เค้าก็ก้อปพวกยี่ห้อดังๆ มานั่นล่ะ แต่มันคุณภาพดีจริงๆ สวยด้วย
References
1.David Hampshire&Liz Opalka(2007). Culture Wise England:Pets(page211-212). ISBN 10:1-905303-24-6.
2. "Dreamcatcher". wikipedia.org . Retrieved on August 17, 2008
3. " British Inflation ".World Business:CNN.com. Retrieved on August 17,2008
4. " World Most Expensive Cities ". Yahoo Finance. Retrieved on August 17,2008
Notes:
o ก่อนตั้งชื่อไดอารี่คิดแล้วคิดอีกว่าคำว่า "เดินทอดน่อง"นี่หมายความว่าอะไร ถ้าเป็นการเดินเรื่อยเปื่อย ชมนู่น ชมนี่แบบสบายใจ ก็คงเป็นคำนี้มั๊ง :-)
o ช่วงปลายเดือนมีเทศกาลเยอะดี
oได้ตุ่มมาสองตุ่มตัวอะไรกัดก็ไม่รู้
o เดือนพฤศจิกายนกลับอเมริกา 1 อาทิตย์ค่อยกลับไปซื้อของที่นั่นดีกว่า